ล่องนาวา ทัศนารอยวิเศษศิลป์ริมฝั่งชล (แม่น้ำเจ้าพระยา-คลองอ้อมนนทบุรี-คลองบางกอกน้อย) l วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569
ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทาง One Day Trip ล่องเรือในบรรยากาศสบายๆบนเส้นทางแม่น้ำ-ลำคลอง อันเปี่ยมเสน่ห์ สัมผัสความงดงามของศิลปกรรมในวัดวาอารามและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซึ่งบันทึกวิถีชีวิตผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่สองฟากฝั่งนับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มาเยี่ยมยลไปด้วยกันกับเรา ในกิจกรรม…
🚢"ล่องนาวา
ทัศนารอยวิเศษศิลป์ริมฝั่งชล"🚢
(แม่น้ำเจ้าพระยา-คลองอ้อมนนทบุรี-คลองบางกอกน้อย)วันเสาร์ที่ 3
ตุลาคม 2569
07.30 น.พบกัน ณ จุดนัดหมาย
ท่าเรือราชินี(เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินMRT ลงที่สถานีสนามไชย
ออกที่ทางออก 5 ท่าเรือราชินี
ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรมและรับเสบียงรองท้องมื้อเช้าเติมพลัง
![]() |
| (สำหรับท่านที่สะดวกขับรถมา สามารถจอดรถได้ที่ ยอดพิมานริเวอร์วอร์ค โดยมีค่าใช้จ่ายแบบเหมาวัน GPS Yodpiman Riverwalk) |
07.45 น. ออกเดินทางล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยา
ชมทัศนียภาพสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และชุมชนบริเวณสองฟากฝั่งโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
| วิทยากร ณัติ + นัท |
09.00 น.
ชมภาพลายรดน้ำต้นทุเรียนและการเก็บผลทุเรียน ของดีเมืองนนทบุรี
บนบานหน้าต่างและนานาศิลป์ของ“พระที่นั่งมูลมณเฑียร”
ตำหนักทรงไทยประเพณีที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2
โดยเป็นตำหนักหลังหนึ่งของหมู่พระตำหนักแดงในพระบรมมหาราชวัง
และได้ย้ายมาปลูกที่วัดเขมาภิรตารามสมัยรัชกาลที่ 5
ปัจจุบันอยู่ในเขตโรงเรียนกลาโหมอุทิศ และปรับใช้เป็นห้องเรียนดนตรีของโรงเรียน
09.30 น. ยล 1) วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามนี้เป็นการใหญ่เพื่อฉลองพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนี ทัศนาความงดงามล้ำเลิศของนานากระบวนศิลป์ในพระอาราม ชมศาลาจตุรมุขบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นศาลาที่รัชกาลที่ 5 ทรงประทับแรมในคราวเสด็จประพาสต้นถึง 2 ครั้ง พร้อมกราบสักการะพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 องค์ราชินูปถัมภ์การปฏิสังขรณ์วัดเขมาภิรตาราม ชมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าบนพระตำหนักแดง ซึ่งในอดีตเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะรื้อมาถวายวัดเขมาภิรตารามเป็นกุฏิเจ้าอาวาส ปัจจุบันจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัด
10.30 น. ทัศนา 2) วัดค้างคาว อารามโบราณที่ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลบางไผ่
จังหวัดนนทบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง
เล่าสืบต่อมาแต่เดิมว่ามีค้างคาวอาศัยอยู่มาก วัดนี้ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยรัชกาลที่
4 สักการะ “หลวงพ่อเก้า”
พระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติศิลปะสมัยอยุธยาซึ่งประดิษฐานหน้าพระอุโบสถ
รวมถึงนมัสการพระประธานและพระพุทธรูปศิลาจำหลักหลายองค์ประดิษฐานบนฐานชุกชีเดียวกัน
รอบอุโบสถมีเสมานั่งแท่น ใบเสมาหินทรายแดงปักคู่กันทุกด้าน
โดยเสมาแต่ละใบมีลวดลายไม่ซ้ำกัน
อันเป็นร่องรอยของศิลปกรรมอยุธยาที่ยังหลงเหลือให้ชมในปัจจุบัน
11.00 น. ล่องเรือเข้าสู่คลองอ้อมนนทบุรีชมภาพจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามพร้อมกราบสักการะหลวงพ่อใหญ่ในอุโบสถและหลวงพ่อขาวในพระวิหาร ณ 3) วัดบางระโหง นนทบุรี ซึ่งเป็นที่เลื่องลือนับแต่อดีตว่าพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์นี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งพ่อค้า-แม่ค้าที่พายเรือผ่านหน้าวัดมักตั้งจิตอธิษฐานแล้ววักน้ำมาลูบเนื้อลูบตัว เชื่อกันว่าจะทำให้ค้าขายดี และในช่วงการเกณฑ์ทหาร มักมีคนมาบนบานกับหลวงพ่อใหญ่และหลวงพ่อขาว ขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ก็มักจะประสบผล โดย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีบุคคลที่มีชื่อเสียงและผู้คนในพระนคร ได้อพยพหนีภัยมาอาศัยที่วัดนี้หลายท่าน เช่น พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ (บิดาของหม่อราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช) ก็เคยโดยสารเรือมาพักที่วัด
12.00 น.รับประทานอาหารกลางวันหลากรสในบรรยากาศสวนเมืองนนท์สบายๆ
ณ ร้านครัวสวนกระแส
13.15 น. ล่องเรือออกเดินทางตามเส้นทางคลองอ้อมนนทบุรี แวะชม 4) วัดเสาธงหิน สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2310 ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า "วัดสัก" ตามสภาพพื้นที่บริเวณนั้นที่มีต้นสักขึ้นอยู่อย่างร่มรื่น ตามตำนานท้องถิ่นระบุว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพมาตั้งค่ายพักพลรบ ณ บริเวณวัดสัก โปรดเกล้าฯให้ปักธงประจำทัพไว้บนกองทราย แล้วให้เหล่าทหารไปนำหินก้อนใหญ่มากองทับและล้อมรอบฐานเสาธงไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เสาธงล้ม ชาวบ้านจึงเรียกขานบริเวณนั้นว่า "เสาธงหิน" และกลายมาเป็นชื่อวัดและชื่อตำบลในเวลาต่อมา สักการะ"หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปปูนปั้นปางป่าเลไลยก์องค์ใหญ่ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากของชาวนนทบุรี มีเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโตว่า ในปี พ.ศ. 2485 เกิดน้ำท่วมและน้ำทะเลหนุนจนน้ำในคลองเค็ม แต่นำ้บริเวณหน้าวัดกลับเป็นน้ำจืด ทำให้ชาวบ้านนับถือในความศักดิ์สิทธิ์
14.00 น. ล่องเรือตามเส้นทางคลองอ้อมนนทบุรี ชมทัศนียภาพวัดวาอาราม เรือนไทยโบราณหลากรูปทรงนับร้อยหลังที่หาชมได้ยาก ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งบนเส้นทาง ผ่านคลองบางกรวยและคลองบางกอกน้อย
15.00 น. ชม 5) วัดนายโรง อารามโบราณริมคลองบางกอกน้อย
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4
โดย“เจ้ากรับ”นายโรงละครนอกผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือเพื่อเป็นวัดประจำตระกูล
ชมพระอุโบสถและพระวิหารศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนต้น สักการะ“พระพุทธสัพพัญญู”
พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ในพระวิหาร
ทัศนาจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูและลวดลายปูนปั้นชฎา
กระบังหน้าและหูกระต่ายขี้รัก เครื่องสวมศีรษะละครนอกครั้งอดีต พร้อมนนัสการ“พระพุทธเจดีย์สารีริกธาตุ”ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่วัดนายโรงได้รับแบ่งส่วนมาจากวัดทีปทุตตมาราม
กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเจริญพระชนมายุ 86 พรรษา สักการะรูปเหมือนหลวงปู่รอด
พระเถระเรืองวิทยาคมผู้สร้าง“เบี้ยแก้” หนึ่งในเบญจภาคีแห่งเครื่องรางที่ได้รับความที่นิยมสูงสุดในปัจจุบัน
เชื่อกันว่ามีพุทธคุณป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจ สัตว์ที่มีพิษ เมตตามหานิยม อีกด้วย
และชมรูปปั้น“เจ้ากรับ” ผู้สร้างวัดนายโรง
15.45 น. ออกเดินเท้าผ่านด้านหลังวัดนายโรง เลียบคลองบางบำหรุสู่ 6) วัดบางบำหรุ อารามโบราณสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยสังเกตจากพระประธานและอุโบสถที่เป็นศิลปะแบบอยุธยา เดิมพระประธานอยู่บนฐานต่ำในอุโบสถหลังเก่าที่ทรุดโทรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 ได้มีการบูรณะอุโบสถใหม่บนฐานเดิมและยกองค์พระประธานให้สูงขึ้น หน้าบันพระอุโบสถแกะสลักเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ส่วนเสมาเป็นหินทรายแบบศิลปกรรมอยุธยามีการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยลายปูนปั้นและซุ้มเสมาที่สร้างโดยช่างฝีมือจากเพชรบุรีในสมัยเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน วัดนี้ในอดีตมีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงคือ หลวงปู่แขก ผู้สร้างเครื่องรางเบี้ยแก้และเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม
17.30 น. จบกิจกรรม
นำทุกท่านล่องเรือมาส่งที่ท่าเรือราชินี
ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม
********กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
นำชมโดย
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท)
วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
-คุณอาณัติ (ณัติ) แอดมินเพจเที่ยวฝั่งธนฯกับคนเล่าเรื่อง (วิทยากรรับเชิญ)
*ค่าร่วมกิจกรรม ท่านละ 1,850
บาท (หนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน)/ท่าน
อัตรานี้รวม :
1.อาหารรองท้องมื้อเช้าและน้ำดื่มบนเรือ
2.ชุดอาหารกลางวันและน้ำดื่ม
3.เครื่องดื่มยามบ่าย@วัดบางบำหรุ
4.ค่าประกันอุบัติภัยการเดินทางเป็นหมู่คณะ
5.ค่าพาหนะ(เรือ) และเชื้อเพลิงเรือ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้) (และ/หรือ คุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง)โทร.0-84071-8482 Line ID : siri_erng)
การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม
1.โอนเงินจำนวน 1,850
บาท/ท่าน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71
ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี 931-7-02962-8
2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแอดไลน์ด้วย0813434261และส่งข้อมูลต่อไปนี้(ทั้งของท่านและเพื่อนในกลุ่มของท่าน)ให้ผู้จัดกิจกรรม
3.หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว
แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย
5 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม
หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน
4.รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย
ระเบียบในการเข้าชมสถานที่
1.กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม(ศาสนสถาน)
-สุภาพบุรุษ(แต่งกายสุภาพ
งดกางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน)
-สุภาพสตรี(กรุณาสวมกางเกงสุภาพ/กระโปรงคลุมเข่า/ผ้าซิ่น
งดเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น)
- รองเท้าหุ้มส้นสวมสบาย
- กรุณาเตรียมหมวก
ร่ม แว่นตากันแดด น้ำดื่มและรองเท้าหุ้มส้นสวมสบายเพื่อความรื่นรมย์ในการเที่ยว
2.กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม
เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต
***โอนเงินแล้วช่วยส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ด้วยครับ
1.หลักฐานการโอนเงิน
2.ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น
3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
4.ไลน์ ไอดี (และชื่อใน Facebook ถ้ามี
ในกรณีบางท่านไม่ใช้ไลน์)
5.ข้อมูลสำหรับส่งบริษัททำประกันอุบัติภัยการเดินทาง (ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน จะส่ง Google Form ให้ทุกท่านกรอกข้อมูลก่อนเดินทางประมาณ 4-5 วัน เมื่อสรุปจำนวนสมาชิกร่วมทริปและตั้งกลุ่มไลน์ทริปนี้แล้ว)


.png)





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น