“เที่ยวท่องอยุธยาวาไรตี้ นบพระ สืบวิถีประวัติศาสตร์กรุงเก่านอกเกาะเมือง” ณ พระนครศรีอยุธยา-บางปะอิน l วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
Love to do Travel ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางท่องเที่ยว One Day Trip สุดพิเศษ!
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่แดนกรุงเก่า
อดีตราชธานีอันรุ่งเรือง ที่รู้จักกันในนาม“พระนครศรีอยุธยา” กับหลากพระอารามและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา-บางปะอินบริเวณนอกเกาะเมืองริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา
ในกิจกรรม…
“เที่ยวท่องอยุธยาวาไรตี้ นบพระ
สืบวิถีประวัติศาสตร์กรุงเก่านอกเกาะเมือง”
ณ พระนครศรีอยุธยา-บางปะอิน
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569
**********กำหนดการ
06.30 น. พบกันบริเวณหน้าร้าน 7-Eleven สาขา สยามอินเตอร์ 11654 Map (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ถนนพหลโยธิน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) **หากเดินทางมาด้วย BTS ใช้ทางออก 4 ทุกท่านสามารถซื้ออาหารเช้า กาแฟ เครื่องดื่มหลากรสในร้าน 7 - Eleven ตามอัธยาศัย (สาขานี้มีที่นั่งทานอาหาร) *ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม (กรุณาตรงต่อเวลา) 07.00 น. ออกเดินทางโดยรถปรับอากาศแสนสบายสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับอาหารเช้ารองท้องเติมพลังบนรถ ฟังเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจระหว่างเดินทาง แวะปั๊มน้ำมันบนเส้นทางเพื่อเข้าห้องน้ำ (อาหารเช้ารวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
06.30 น. พบกันบริเวณหน้าร้าน 7-Eleven สาขา สยามอินเตอร์ 11654 Map (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ถนนพหลโยธิน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) **หากเดินทางมาด้วย BTS ใช้ทางออก 4 ทุกท่านสามารถซื้ออาหารเช้า กาแฟ เครื่องดื่มหลากรสในร้าน 7 - Eleven ตามอัธยาศัย (สาขานี้มีที่นั่งทานอาหาร) *ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม (กรุณาตรงต่อเวลา) 07.00 น. ออกเดินทางโดยรถปรับอากาศแสนสบายสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับอาหารเช้ารองท้องเติมพลังบนรถ ฟังเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจระหว่างเดินทาง แวะปั๊มน้ำมันบนเส้นทางเพื่อเข้าห้องน้ำ (อาหารเช้ารวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
.
08.45 น. ถึงวัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร พระอารามเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่า เมื่อ พ.ศ.1900 โปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว เจ้าไท ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาปลงพระศพ ถวายพระเพลิงแล้วให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว ซึ่งคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วนี้บวชเรียนจากลังกา เป็นที่เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ ทำให้มีผู้มาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะนี้เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงสถาปนาอธิบดีสงฆ์นิกายนี้ขึ้นดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพนรัตน์ พระสังฆราชฝ่ายวิปัสสนาธุระคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ นอกจากนี้ในทางประวัติศาสตร์ พระอุโบสถของวัดป่าแก้วเคยเป็นที่ประชุมคณะวางแผนและเสี่ยงเทียนอธิษฐานเพื่อกำจัดขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ เมื่อสำเร็จได้อัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ต่อมาในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าในสงครามยุทธหัตถี จึงทำให้เชื่อกันว่าเป็นที่มาของนาม“วัดใหญ่ชัยมงคล” ซึ่งหลังสงครามครั้งนั้นกล่าวกันว่า พระองค์จะทรงลงพระราชอาญาประหารชีวิตเหล่าทหารที่ตามเสด็จฯไม่ทันจนทำให้พระองค์ตกอยู่กลางวงล้อมข้าศึกเสี่ยงอันตราย แต่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วและคณะสงฆ์ได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้กับทหารเหล่านั้นทั้งสิ้น และวัดนี้เป็นหนึ่งในค่ายกองทัพพม่าที่ตั้งทัพล้อมพระนครก่อนสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เยี่ยมชมพระเจดีย์ชัยมงคลที่มีขนาดความสูงมากที่สุดองค์หนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธไสยาสน์ในพระวิหาร พร้อมนมัสการศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล
08.45 น. ถึงวัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร พระอารามเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่า เมื่อ พ.ศ.1900 โปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว เจ้าไท ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาปลงพระศพ ถวายพระเพลิงแล้วให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว ซึ่งคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วนี้บวชเรียนจากลังกา เป็นที่เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ ทำให้มีผู้มาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะนี้เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงสถาปนาอธิบดีสงฆ์นิกายนี้ขึ้นดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพนรัตน์ พระสังฆราชฝ่ายวิปัสสนาธุระคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ นอกจากนี้ในทางประวัติศาสตร์ พระอุโบสถของวัดป่าแก้วเคยเป็นที่ประชุมคณะวางแผนและเสี่ยงเทียนอธิษฐานเพื่อกำจัดขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ เมื่อสำเร็จได้อัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ต่อมาในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าในสงครามยุทธหัตถี จึงทำให้เชื่อกันว่าเป็นที่มาของนาม“วัดใหญ่ชัยมงคล” ซึ่งหลังสงครามครั้งนั้นกล่าวกันว่า พระองค์จะทรงลงพระราชอาญาประหารชีวิตเหล่าทหารที่ตามเสด็จฯไม่ทันจนทำให้พระองค์ตกอยู่กลางวงล้อมข้าศึกเสี่ยงอันตราย แต่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วและคณะสงฆ์ได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้กับทหารเหล่านั้นทั้งสิ้น และวัดนี้เป็นหนึ่งในค่ายกองทัพพม่าที่ตั้งทัพล้อมพระนครก่อนสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เยี่ยมชมพระเจดีย์ชัยมงคลที่มีขนาดความสูงมากที่สุดองค์หนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธไสยาสน์ในพระวิหาร พร้อมนมัสการศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล
09.45 น.
เยี่ยมยล“วัดพนัญเชิงวรวิหาร”พระอารามโบราณริมแม่น้ำป่าสัก
ซึ่งพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์บันทึกไว้ว่าสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าพแนงเชิง
เมื่อปีพ.ศ.1867 ก่อนสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(พระเจ้าอู่ทอง)จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง
26 ปี สักการะและตื่นตากับพระพุทธไตรรัตนนายก
หรือที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนเรียกขานกันว่า“หลวงพ่อซำปอกง”
พระพุทธรูปคู่เมืองกรุงเก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(เป็นพระพุทธรูปที่ถูกเรียกขานในนาม
"พระพุทธไตรรัตนนายก"หรือ“หลวงพ่อซำปอกง” 1 ใน 3
องค์ของประเทศไทย (อีก
2 องค์อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรวรวิหาร
กรุงเทพมหานครและวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น
ลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 14.20 เมตรเศษ
สูง 19.20 เมตร
ในเอกสารคำให้การชาวกรุงเก่าได้บันทึกไว้กล่าวถึงลางร้ายก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่
2
ระบุว่าพระปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิงมีน้ำพระเนตรไหลเป็นที่อัศจรรย์
หลังสงครามพระอารามนี้ได้ถูกทิ้งร้างจนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.
2394 ในสมัยรัชกาลที่ 4
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯให้บูรณะใหม่หมดทั้งองค์ และพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” นมัสการพระพุทธรูปสำคัญ
3 องค์ ในพระอุโบสถคือ พระพุทธรูปทองคำ
พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาก
และชมความงดงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถและพระวิหาร กล่าวกันว่าพระพุทธรูปเนื้อทองและพระพุทธรูปเนื้อนากนั้น เดิมมีการฉาบเคลือบด้วยปูนแบบพระพุทธรูปปูนปั้นทั่วไป
เพื่อให้รอดจากภัยสงครามไม่ให้ถูกขโมยหรือเผาสำรอกเอาทองไป
แต่ต่อมาปูนได้กะเทาะจึงพบว่าเป็นเนื้อทองและเนื้อนาก นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมี “ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก”
หรือ “ศาลเจ้าแม่ทับทิม(หม่าโจ้ว)” อันเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมและศาลเจ้าที่ประดิษฐานพระและเทวรูปจีนอันศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมายหลายองค์
ล้อมวงกันฟังตำนานรักเรื่อง “เจ้าชายสายน้ำผึ้งกับพระนางสร้อยดอกหมาก”
ซึ่งเป็นตำนานแห่งการสร้างวัดพนัญเชิงวรวิหารในยุคก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา
ปัจจุบันมีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ขอพรกันอยู่เสมอ
| ชมภาพเคลื่อนไหว |
11.15 น. ตามรอยสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วัดเกาะแก้ว พระอารามโบราณริมแม่น้ำป่าสัก
ทางทิศตะวันออกของเกาะเมือง ใกล้คลองสวนพลู
ซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มใหญ่ที่สุดของชาวจีนแต้จิ๋วในอยุธยา
โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและบิดาของท่านก็มีนิวาสสถานอยู่ในบริเวณนี้เช่นกัน
ในสมัยอยุธยาวัดเกาะแก้วเป็นท่าเรือจ้างสำหรับข้ามฟากไปมากับฝั่งเกาะเมือง
ได้ใช้เป็นที่ตั้งค่ายทหาร 1 ใน 9
ค่ายนอกเกาะเมืองเพื่อต่อสู้กับกองทัพพม่า โดยมีพระยาตากเป็นผู้ควบคุม
ภายหลังค่ายวัดเกาะแก้วถูกโจมตีจนต้องย้ายค่ายไปที่วัดพิชัย
ก่อนที่จะรวบรวมกำลังพล 500 นาย ออกไปยังหัวเมืองตะวันออก
ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่
เนื่องจากอุโบสถหลังเดิมถูกน้ำกัดเซาะจนทลายลงแม่น้ำ สักการะพระพุทธรัตนมงคลญาณ
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคลรำลึกวีรกรรมอันหาญกล้าของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเหล่าทหารคู่พระทัย
13.15 น. เยี่ยมชมหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Village) แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวญี่ปุ่นในอยุธยาเมื่อครั้งอดีตตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าเจ้าพระยาตรงข้ามกันกับหมู่บ้านโปรตุเกส ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวต่างชาติที่เดินทางมาค้าขายในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อเข้ามารับราชการในราชสำนักและมีความดีความชอบจึงได้รับพระราชทานที่ดินตั้งชุมชนอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เดิมเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าสำเภาชาวญี่ปุ่น สันนิษฐานว่าชุมชนนี้มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มพ่อค้าที่เข้ามาค้าขาย กลุ่มโรนิน(ทหารซามูไรที่ไม่มีมูลนายสังกัด)เข้ามารับจ้างเป็นทหารอาสาในราชสำนักอยุธยาและกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ที่ต้องเดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา(ในยุคสมัยนั้น) กล่าวกันว่าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ มีอยู่ประมาณ 1,000 -1,500 คน โดยผู้นำซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านชุมชนชาวญี่ปุ่นสมัยนั้นคือ ยามาดะ นางามาสะ (Yamada Nagamasa) ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม เข้ารับราชการจนได้พระบรมราชานุญาตจัดตั้งกองทหารอาสาญี่ปุ่นมีบทบาทในการช่วยปราบปรามกบฎ ตลอดจนเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่น จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุข ภายหลังยังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จวบจนสิ้นชีวิต ปัจจุบันหมู่บ้านญี่ปุ่นได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การค้า ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ ด้วยสื่อต่างๆอย่างน่าสนใจ
14.15 น. ออกเดินทางสู่บางปะอิน แวะรับเครื่องดื่มดับกระหายคลายเหนื่อยระหว่างเส้นทาง
(เครื่องดื่มยามบ่ายรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
.
15.00 น.
เยี่ยมยลความงดงามทางศิลปกรรมของวัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร
พระอารามที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังบางปะอิน
สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเจ้าปราสาททองในบริเวณที่เป็นเคหสถานเดิมของพระราชชนนีของพระองค์
วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงรัชกาลที่ 4
และรัชกาลที่ 5 สักการะพระประธานในพระอุโบสถซึ่งประดิษฐานพระประธานถึง
7 องค์ สื่อถึงอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 7
พระองค์ นับเป็นคติที่แปลกไปจากที่อื่น (ได้แก่พระวิปัสสี สิขี เวสสภู กกุสันธะ
โกนาคมนะ กัสสปะ และโคตมะ) พร้อมด้วยพระสาวกอีก 4
องค์ นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมภิกษุณีซึ่งหาชมได้ยาก รวมถึงพระศรีอาริยะเมตไตร
พระพุทธรูปทรงเครื่องซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าพระอุโบสถ
ภายในพระอุโบสถปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนเรื่องอดีตพุทธเจ้าทั้ง 7
พระองค์ บานประตูและหน้าต่างมีภาพวาดของเครื่องบูชาแบบจีน
เสาพระวิหารเขียนสีสอดแทรกปริศนาธรรม
ด้านหลังพระอุโบสถมีพระเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสองศิลปะอยุธยา
และพระวิหารภายในประดิษฐานพระพุทธรูป
และรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสให้ได้สักการะอีกด้วย
16.15 น. แวะซื้อขนมและสินค้าท้องถิ่นแบบราคาชาวโลคอล
ซึ่งมีให้เลือกซื้อหลากชนิดเป็นของฝากกลับบ้าน ณ ตลาดเลียบทางรถไฟบางปะอิน18.30 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพแยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม
**********กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
นำชมโดย
จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ท่านละ 1,999 บาท (หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน)/ท่าน
อัตรานี้รวม:
1.ค่าอาหารเช้าและน้ำดื่มบนรถตลอดวัน
2.ค่าอาหารกลางวันและน้ำดื่ม
3.ค่าพาหนะเดินทาง(รถตู้ปรับอากาศหรือรถบัสปรับอากาศ-TBA)
4.ค่าประกันอุบัติภัยการเดินทางเป็นหมู่คณะ
5.ค่าเครื่องดื่มยามบ่าย
6.ค่าเข้าชมหมู่บ้านญี่ปุ่น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้) และ/หรือคุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง) โทร.0-84071-8482 Line ID : siri_erng
การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม
1.โอนเงินจำนวน 1,999 บาท/ท่าน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71 ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี 931-7-02962-8
2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาโทรศัพท์หรือส่ง SMS ยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมที่ โทร.081-343-4261หรือทางกล่องข้อความ(inbox)ในเฟซบุ๊ค นัท จุลภัสสร พนมวัน
โดยระบุชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก ชื่อในเฟซบุ๊คหรือ Line ID พร้อมแนบภาพถ่ายสลิปรายการโอนเงินมาด้วย โดยเขียนชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ของท่าน รวมถึงของผู้ร่วมคณะท่านในใบสลิปอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวก ในการตรวจสอบของผู้จัดกิจกรรม
3.หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน
4.รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย
ระเบียบในการเข้าชมสถานที่
1.กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม
-สุภาพบุรุษ(แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน)
-สุภาพสตรี(กรุณาสวมกางเกงสุภาพ/กระโปรงคลุมเข่า/ผ้าซิ่น งดเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น)
- รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าแตะสวมสบาย
- กรุณาเตรียมหมวก ร่ม แว่นตากันแดด น้ำดื่ม รองเท้าสวมสบายเหมาะกับการเดิน
เพื่อความรื่นรมย์ในการเดินเที่ยว
2.กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต
***โอนเงินแล้วช่วยส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ด้วยครับ
1.หลักฐานการโอนเงิน
2.ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น
3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
4.ไลน์ ไอดี (และชื่อใน Facebook ถ้ามี ในกรณีบางท่านไม่ใช้ไลน์)
5.เตรียมข้อมูลสำหรับส่งบริษัททำประกันอุบัติภัยการเดินทางโดยส่งข้อมูลผ่านระบบกูเกิ้ลฟอร์ม

.png)





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น