“เที่ยวท่องอยุธยาวาไรตี้ นบพระ สืบวิถีประวัติศาสตร์กรุงเก่านอกเกาะเมือง” ณ พระนครศรีอยุธยา-บางปะอิน l วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Love to do Travel ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางท่องเที่ยว One Day Trip สุดพิเศษ!

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่แดนกรุงเก่า อดีตราชธานีอันรุ่งเรือง ที่รู้จักกันในนาม“พระนครศรีอยุธยา” กับหลากพระอารามและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา-บางปะอินบริเวณนอกเกาะเมืองริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ในกิจกรรม…

เที่ยวท่องอยุธยาวาไรตี้ นบพระ สืบวิถีประวัติศาสตร์กรุงเก่านอกเกาะเมือง” 
ณ พระนครศรีอยุธยา-บางปะอิน

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569


**********กำหนดการ
06.30 น. พบกันบริเวณหน้าร้าน 7-Eleven สาขา สยามอินเตอร์ 11654 Map (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ถนนพหลโยธิน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) **หากเดินทางมาด้วย BTS ใช้ทางออก 4 ทุกท่านสามารถซื้ออาหารเช้า กาแฟ เครื่องดื่มหลากรสในร้าน 7 - Eleven ตามอัธยาศัย (สาขานี้มีที่นั่งทานอาหาร) *ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม (กรุณาตรงต่อเวลา) 
07.00 น. ออกเดินทางโดยรถปรับอากาศแสนสบายสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับอาหารเช้ารองท้องเติมพลังบนรถ ฟังเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจระหว่างเดินทาง แวะปั๊มน้ำมันบนเส้นทางเพื่อเข้าห้องน้ำ (อาหารเช้ารวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
.
08.45 น. ถึงวัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร พระอารามเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่า เมื่อ พ.ศ.1900 โปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว เจ้าไท ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาปลงพระศพ ถวายพระเพลิงแล้วให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว ซึ่งคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วนี้บวชเรียนจากลังกา เป็นที่เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ ทำให้มีผู้มาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะนี้เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงสถาปนาอธิบดีสงฆ์นิกายนี้ขึ้นดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพนรัตน์ พระสังฆราชฝ่ายวิปัสสนาธุระคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ นอกจากนี้ในทางประวัติศาสตร์ พระอุโบสถของวัดป่าแก้วเคยเป็นที่ประชุมคณะวางแผนและเสี่ยงเทียนอธิษฐานเพื่อกำจัดขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ เมื่อสำเร็จได้อัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ  ต่อมาในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าในสงครามยุทธหัตถี จึงทำให้เชื่อกันว่าเป็นที่มาของนาม“วัดใหญ่ชัยมงคล” ซึ่งหลังสงครามครั้งนั้นกล่าวกันว่า พระองค์จะทรงลงพระราชอาญาประหารชีวิตเหล่าทหารที่ตามเสด็จฯไม่ทันจนทำให้พระองค์ตกอยู่กลางวงล้อมข้าศึกเสี่ยงอันตราย แต่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วและคณะสงฆ์ได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้กับทหารเหล่านั้นทั้งสิ้น  และวัดนี้เป็นหนึ่งในค่ายกองทัพพม่าที่ตั้งทัพล้อมพระนครก่อนสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เยี่ยมชมพระเจดีย์ชัยมงคลที่มีขนาดความสูงมากที่สุดองค์หนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธไสยาสน์ในพระวิหาร พร้อมนมัสการศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล
09.45 น. เยี่ยมยล“วัดพนัญเชิงวรวิหาร”พระอารามโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ซึ่งพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์บันทึกไว้ว่าสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปพระเจ้าพแนงเชิง เมื่อปีพ.ศ.1867 ก่อนสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(พระเจ้าอู่ทอง)จะสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี สักการะและตื่นตากับพระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนเรียกขานกันว่า“หลวงพ่อซำปอกง” พระพุทธรูปคู่เมืองกรุงเก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(เป็นพระพุทธรูปที่ถูกเรียกขานในนาม "พระพุทธไตรรัตนนายก"หรือ“หลวงพ่อซำปอกง”  1 ใน 3 องค์ของประเทศไทย (อีก 2 องค์อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรวรวิหาร กรุงเทพมหานครและวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 14.20 เมตรเศษ สูง 19.20 เมตร ในเอกสารคำให้การชาวกรุงเก่าได้บันทึกไว้กล่าวถึงลางร้ายก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ระบุว่าพระปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิงมีน้ำพระเนตรไหลเป็นที่อัศจรรย์ หลังสงครามพระอารามนี้ได้ถูกทิ้งร้างจนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2394 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯให้บูรณะใหม่หมดทั้งองค์ และพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” นมัสการพระพุทธรูปสำคัญ องค์ ในพระอุโบสถคือ พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาก และชมความงดงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถและพระวิหาร กล่าวกันว่าพระพุทธรูปเนื้อทองและพระพุทธรูปเนื้อนากนั้น เดิมมีการฉาบเคลือบด้วยปูนแบบพระพุทธรูปปูนปั้นทั่วไป เพื่อให้รอดจากภัยสงครามไม่ให้ถูกขโมยหรือเผาสำรอกเอาทองไป แต่ต่อมาปูนได้กะเทาะจึงพบว่าเป็นเนื้อทองและเนื้อนาก นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมี ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก” หรือ “ศาลเจ้าแม่ทับทิม(หม่าโจ้ว)” อันเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมและศาลเจ้าที่ประดิษฐานพระและเทวรูปจีนอันศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมายหลายองค์ ล้อมวงกันฟังตำนานรักเรื่อง “เจ้าชายสายน้ำผึ้งกับพระนางสร้อยดอกหมาก” ซึ่งเป็นตำนานแห่งการสร้างวัดพนัญเชิงวรวิหารในยุคก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ขอพรกันอยู่เสมอ
ชมภาพเคลื่อนไหว
11.15 น. ตามรอยสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วัดเกาะแก้ว พระอารามโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ทางทิศตะวันออกของเกาะเมือง ใกล้คลองสวนพลู  ซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มใหญ่ที่สุดของชาวจีนแต้จิ๋วในอยุธยา โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและบิดาของท่านก็มีนิวาสสถานอยู่ในบริเวณนี้เช่นกัน ในสมัยอยุธยาวัดเกาะแก้วเป็นท่าเรือจ้างสำหรับข้ามฟากไปมากับฝั่งเกาะเมือง ได้ใช้เป็นที่ตั้งค่ายทหาร 1 ใน 9 ค่ายนอกเกาะเมืองเพื่อต่อสู้กับกองทัพพม่า โดยมีพระยาตากเป็นผู้ควบคุม ภายหลังค่ายวัดเกาะแก้วถูกโจมตีจนต้องย้ายค่ายไปที่วัดพิชัย ก่อนที่จะรวบรวมกำลังพล 500 นาย ออกไปยังหัวเมืองตะวันออก ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ เนื่องจากอุโบสถหลังเดิมถูกน้ำกัดเซาะจนทลายลงแม่น้ำ สักการะพระพุทธรัตนมงคลญาณ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคลรำลึกวีรกรรมอันหาญกล้าของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเหล่าทหารคู่พระทัย
12.00 น. อิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันในแดนกรุงเก่า ในบรรยากาศร่มรื่น ณ ร้านขนมจีนต้นก้ามปูอโยธยา (อาหารกลางวันรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
13.15 น. เยี่ยมชมหมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Village) แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวญี่ปุ่นในอยุธยาเมื่อครั้งอดีตตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าเจ้าพระยาตรงข้ามกันกับหมู่บ้านโปรตุเกส ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวต่างชาติที่เดินทางมาค้าขายในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อเข้ามารับราชการในราชสำนักและมีความดีความชอบจึงได้รับพระราชทานที่ดินตั้งชุมชนอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เดิมเป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าสำเภาชาวญี่ปุ่น สันนิษฐานว่าชุมชนนี้มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มพ่อค้าที่เข้ามาค้าขาย กลุ่มโรนิน(ทหารซามูไรที่ไม่มีมูลนายสังกัด)เข้ามารับจ้างเป็นทหารอาสาในราชสำนักอยุธยาและกลุ่มชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ที่ต้องเดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา(ในยุคสมัยนั้น) กล่าวกันว่าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ มีอยู่ประมาณ 1,000 -1,500 คน โดยผู้นำซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านชุมชนชาวญี่ปุ่นสมัยนั้นคือ ยามาดะ นางามาสะ (Yamada Nagamasa) ซึ่งเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม เข้ารับราชการจนได้พระบรมราชานุญาตจัดตั้งกองทหารอาสาญี่ปุ่นมีบทบาทในการช่วยปราบปรามกบฎ ตลอดจนเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่น จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุข ภายหลังยังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จวบจนสิ้นชีวิต ปัจจุบันหมู่บ้านญี่ปุ่นได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การค้า ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ ด้วยสื่อต่างๆอย่างน่าสนใจ
14.15 น. ออกเดินทางสู่บางปะอิน แวะรับเครื่องดื่มดับกระหายคลายเหนื่อยระหว่างเส้นทาง (เครื่องดื่มยามบ่ายรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)
.
15.00 น. เยี่ยมยลความงดงามทางศิลปกรรมของวัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร พระอารามที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังบางปะอิน สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเจ้าปราสาททองในบริเวณที่เป็นเคหสถานเดิมของพระราชชนนีของพระองค์ วัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 สักการะพระประธานในพระอุโบสถซึ่งประดิษฐานพระประธานถึง 7 องค์ สื่อถึงอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์ นับเป็นคติที่แปลกไปจากที่อื่น (ได้แก่พระวิปัสสี สิขี เวสสภู กกุสันธะ โกนาคมนะ กัสสปะ และโคตมะ) พร้อมด้วยพระสาวกอีก 4 องค์ นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมภิกษุณีซึ่งหาชมได้ยาก รวมถึงพระศรีอาริยะเมตไตร พระพุทธรูปทรงเครื่องซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนเรื่องอดีตพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์ บานประตูและหน้าต่างมีภาพวาดของเครื่องบูชาแบบจีน เสาพระวิหารเขียนสีสอดแทรกปริศนาธรรม ด้านหลังพระอุโบสถมีพระเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสองศิลปะอยุธยา และพระวิหารภายในประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสให้ได้สักการะอีกด้วย
16.15 น. แวะซื้อขนมและสินค้าท้องถิ่นแบบราคาชาวโลคอล ซึ่งมีให้เลือกซื้อหลากชนิดเป็นของฝากกลับบ้าน ณ ตลาดเลียบทางรถไฟบางปะอิน
17.00 น. สิ้นสุดกิจกรรม ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

18.30 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพแยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม

**********กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
นำชมโดย
จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
 
อัตราค่าร่วมกิจกรรม
ท่านละ  1,999 บาท (หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน)/ท่าน

อัตรานี้รวม:
1.ค่าอาหารเช้าและน้ำดื่มบนรถตลอดวัน
2.ค่าอาหารกลางวันและน้ำดื่ม
3.ค่าพาหนะเดินทาง(รถตู้ปรับอากาศหรือรถบัสปรับอากาศ-TBA)
4.ค่าประกันอุบัติภัยการเดินทางเป็นหมู่คณะ
5.ค่าเครื่องดื่มยามบ่าย
6.ค่าเข้าชมหมู่บ้านญี่ปุ่น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้) และ/หรือคุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง) โทร.0-84071-8482  Line ID : siri_erng

การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม
1.โอนเงินจำนวน 1,999 บาท/ท่าน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71 ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี  931-7-02962-8 
2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาโทรศัพท์หรือส่ง SMS ยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมที่ โทร.081-343-4261หรือทางกล่องข้อความ(inbox)ในเฟซบุ๊ค นัท จุลภัสสร พนมวัน
โดยระบุชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก ชื่อในเฟซบุ๊คหรือ Line ID พร้อมแนบภาพถ่ายสลิปรายการโอนเงินมาด้วย โดยเขียนชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ของท่าน รวมถึงของผู้ร่วมคณะท่านในใบสลิปอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวก ในการตรวจสอบของผู้จัดกิจกรรม
3.หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน
4.รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย
ระเบียบในการเข้าชมสถานที่
1.กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม
        -สุภาพบุรุษ(แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน)
        -สุภาพสตรี(กรุณาสวมกางเกงสุภาพ/กระโปรงคลุมเข่า/ผ้าซิ่น งดเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น)
        - รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าแตะสวมสบาย
        - กรุณาเตรียมหมวก ร่ม แว่นตากันแดด น้ำดื่ม รองเท้าสวมสบายเหมาะกับการเดิน
เพื่อความรื่นรมย์ในการเดินเที่ยว
2.กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต

***โอนเงินแล้วช่วยส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ด้วยครับ

1.หลักฐานการโอนเงิน

2.ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น

3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือ

4.ไลน์ ไอดี (และชื่อใน Facebook ถ้ามี ในกรณีบางท่านไม่ใช้ไลน์)

5.เตรียมข้อมูลสำหรับส่งบริษัททำประกันอุบัติภัยการเดินทางโดยส่งข้อมูลผ่านระบบกูเกิ้ลฟอร์ม

ติดต่อ จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
โทร.0-81343-4261 Line ID : nutchulapassorn 
(แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261ก็ได้) 
Fb : นัท จุลภัสสร พนมวัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“ล่องนาวา รำลึกราชกรณียกิจทศพิธราชาจักรีวงศ์ ณ อาราม 2 ฝั่งเจ้าพระยา” วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569

”ล่องนาวา นบปฏิมา ทัศนาศิลป์สืบวิถีถิ่นแม่น้ำ-ลำคลองสายประวัติศาสตร์ (แม่น้ำเจ้าพระยา-คลองอ้อมนนทบุรี)” [วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร-วัดโตนดบางกร่าง-วัดขวัญเมือง-วัดบางระโหง-วัดเทพากร-วัดเทพนารี-วัดบวรมงคลราชวรวิหาร]

“เลียบศาสนสถานถิ่นจีนบางกอก ขอพรปฏิมา เทวาศักดิ์สิทธิ์ ณ ย่านเก่าเยาวราช-เจริญกรุง” วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

ประสบการณ์งานวิทยากรนำชมกลุ่มคณะบุคคลและองค์กรต่างๆ ของ อาจารย์นัท จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา