“ล่องนาวา รำลึกราชกรณียกิจทศพิธราชาจักรีวงศ์ ณ อาราม 2 ฝั่งเจ้าพระยา” วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569

 -The Chakri Dynasty Legacy: A Riverside Journey Through 10 Reigns-

เนื่องในเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเดือนมหามงคล เป็นเดือนที่ระลึกแห่งการที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี โดยมีพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีผู้ทรงทศพิธราชธรรม ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการที่เป็นประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันถึง 10 รัชกาล

Love to do Travel จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเดินทางล่องเรือ One day Trip รำลึกนานาพระราชกรณียกิจอันทรงคุณต่อบ้านเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วง 10 รัชสมัย

เยี่ยมยลและเรียนรู้ผ่านพระอารามหลวงและสถานที่สำคัญที่ตั้งเรียงรายอยู่ 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากับกิจกรรม…

“ล่องนาวา รำลึกราชกรณียกิจทศพิธราชาจักรีวงศ์อาราม 2 ฝั่งเจ้าพระยา

(พาชม 👉 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดยานนาวา, วัดราชาธิวาสราชวิหาร, ศาลตราแผ่นดิน, นิทรรศการ“ถอดรหัสไทย” มิวเซียมสยาม)

 ⛵ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569 ⛵


📍********กำหนดการ

7.45 น. พบกัน ณ จุดนัดหมาย ท่าเรือราชินี ข้างโรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด Map (สามารถเดินทางมาจุดนัดหมายได้ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงที่สถานีสนามไชย ออกที่ทางออก 5 ท่าเรือราชินี) ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรมและรับเสบียงรองท้องมื้อเช้าเติมพลัง (เป็น light meal)

(สำหรับท่านที่สะดวกขับรถมา สามารถจอดรถได้ที่ ยอดพิมานริเวอร์วอร์ค โดยมีค่าใช้จ่ายแบบเหมาวัน GPS Yodpiman Riverwalk)

8.15 น.ลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้ชวนชมทัศนียภาพศาสนสถาน อาคารบ้านเรือนหลากรูปแบบและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น สะพานพระรามแปด กรมเจ้าท่า ฯลฯ

จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
8.30 น. ถึงท่าเรือวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เยี่ยมยลความงดงามทางศิลปกรรมของ“ตำหนักจันทร์ ”หรือที่รู้จักกันในนาม “หอพระไตรปิฎก” เรือนหลวงศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ในอดีตเคยเป็นเรือนหลวงที่ประทับเดิมของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ขณะทรงรับราชการเป็นพระราชวรินทร์ในสมัยกรุงธนบุรี ต่อมาเมื่อขึ้นครองราชย์ได้รื้อมาปลูกถวายวัดระฆังฯ เป็นเรือนไทย 3 หลังแฝด ไม้แกะสลักลวดลายประณีต ภายในมีตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำขนาดใหญ่ ชมจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพระอาจารย์นาค จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 1 ล้อมวงกันฟังนานาพระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัย อาทิ การย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีสู่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สงคราม 9 ทัพ ฯลฯ พร้อมนมัสการ“พระประธานยิ้มรับฟ้า”และฟังตำนานที่มาแห่งพระพุทธรูปนามแปลกหูนี้ภายในพระอุโบสถและเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระเถระผู้ทรงวิทยาคุณองค์สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมสวดพระคาถาชินบัญชรซึ่งพุทธศาสนิกชนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตีระฆังก่อนกลับ เพื่อให้ชื่อเสียงเกียรติยศโด่งดังและมีคนรู้จักในทางที่ดี
9.45 น.ออกเดินทางสู่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา เป็นอารามโบราณที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานในสมัยกรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงสำคัญที่พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีจะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคเพื่อทอดผ้าพระกฐิน สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัชกาลที่ 2) นมัสการ“พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก”พระประธานในพระอุโบสถที่กล่าวกันว่าพระองค์ทรงฝากฝีพระหัตถ์ไว้และถวายบังคมพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 ซึ่งประดิษฐานอยู่ใต้ฐานพระประธานองค์นี้ด้วย จึงถือกันว่าวัดอรุณราชวรารามฯเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 2 ชมศิลปกรรมชั้นเลิศในบริเวณวัด อาทิ ลวดลายหน้าบัน ซุ้มประตูพระอุโบสถ ตุ๊กตาศิลาจีน ฯลฯ และฟังเรื่องพระราชกรณียกิจอันน่าสนใจ โดยต่อมาทางราชการได้ประกาศให้ทุกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ผู้ทรงเป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัน“ศิลปินแห่งชาติ”ด้วยพระปรีชาสามารถในศิลปกรรมหลายแขนง ทั้งวรรณกรรม นาฏศิลป์ และศิลปะการช่าง ฯลฯ
11.00 น.ถึงวัดยานนาวา สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 3) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างความมั่งคั่ง-มั่นคงให้กับสยามประเทศด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล รำลึกพระปรีชาสามารถในการเปลี่ยนระบบการเก็บภาษีการค้าในประเทศจากการผูกขาดโดย”พระคลังสินค้า“เป็นผู้กำหนดอัตราภาษี มาเป็นการประมูลให้พ่อค้าเอกชนมาประมูลสิทธิ์ตามอัตราภาษีที่ราชสำนักกำหนดเรียกว่าระบบ”เจ้าภาษีนายอากร“ ทำให้ราชสำนักมีเงินเข้าท้องพระคลังเป็นจำนวนมากส่วนการค้าต่างประเทศ ทรงสะสมทุนทรัพย์จากการค้าและแลกเปลี่ยนเป็นทองคำสำรองคงคลังในรูปแบบ“เงินถุงแดง”เพื่อเตรียมรับมือกับการแผ่ขยายอิทธิพลของชาติมหาอำนาจตะวันตก จนเป็นที่เรียกขานในนามกษัตริย์”เจ้าสัว“ พระราชกรณียกิจอีกมากมายหลายประการที่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับบ้านเมืองตลอดรัชสมัย ชมเรือสำเภาเจดีย์ สัญลักษณ์แห่งการพาณิชย์นาวีครั้งอดีตซึ่งแฝงความหมายในทางพุทธศาสนาและพระอุโบสถ ศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์อันงดงาม

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันย่านถนนเจริญกรุง พร้อมเติมความหวานกับสารเพิ่มความสุข ณ ร้านทับทิมกรอบวัดสุทธิวรารามเจ้าดัง (ค่าอาหารกลางวันและขนมทับทิมกรอบดับร้อน รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์แล้ว)

13.15 น.ล่องเรือสู่วัดราชาธิวาสราชวิหาร พระอารามหลวงที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์การเมือง การศาสนา และศิลปกรรม โดยวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ประทับจำพรรษาของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงพระผนวชเป็นเวลาหลายปี ทรงเริ่มวางรากฐานการปฏิรูปวัตรปฏิบัติของสงฆ์ให้เคร่งครัดตามพระธรรมวินัย จนกลายเป็นจุดกำเนิดของ "คณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกาย"และทรงเริ่มศึกษาภาษาละตินและดาราศาสตร์กับบาทหลวงชาวต่างชาติ จึงทำให้ทรงเข้าใจวิทยาการตะวันตก และมีแนวคิดก้าวหน้าในการพัฒนาบ้านเมืองสู่ความทันสมัย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ครั้งใหญ่เกือบทั้งวัด เพื่อให้มีความงดงามสมพระเกียรติโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบพระอุโบสถใหม่ โดยได้รับอิทธิพลจากปราสาทหินแบบขอม ผสมผสานกับความทันสมัยในยุคนั้นและมีพระราชดำริให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก โดยใช้เทคนิคแบบตะวันตก และมีการใช้แสงเงาที่สมจริง ซึ่งถือเป็นความล้ำสมัยอย่างมากในสมัยนั้น อันสะท้อนถึงพระราชนิยมของทั้งสองพระองค์ที่มุ่งเน้นการผสมผสาน "ความเป็นไทย" เข้ากับ "วิทยาการตะวันตก" โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณศิลปกรรมแบบไทยประเพณีไว้มิให้เสื่อมสูญ ล้อมวงกันฟังเกร็ดเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวิเทโศบายด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและศิลปวัฒนธรรมในรัชกาลที่ 4-5 ซึ่งนำพาสยามประเทศให้สามารถตั้งรับภัยคุกคามจากการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจตะวันตก และธำรงรักษาเอกราชของชาติให้อยู่รอดปลอดภัย พร้อมชมนานาศิลปกรรมอันงดงาม อาทิเช่น ซุ้มพระประธานประดับพระราชลัญจกร รัชกาลที่ 1-5  และพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ในพระอุโบสถ

15.00 น. ล่องเรือกลับท่าเรือราชินี (พักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ 🥤เติมพลังให้ชื่นใจ ก่อนเดินเท้าไปจุดต่อไป - ค่าเครื่องดื่มยามบ่ายรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว)

15.30 น.จากท่าเรือราชินี/ร้านเครื่องดื่ม เดินเท้าเลียบแนวถนนสนามไชย แวะสักการะ“ศาลตราแผ่นดิน” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ ตั้งอยู่ด้านหลังของ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง (สน.พระราชวัง) ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่วังเก่าในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในศาล ประดิษฐาน "พระราชลัญจกรตราแผ่นดิน" (ตราอาร์ม) ซึ่งเริ่มใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นตราแผ่นดินแบบแรกของสยามที่รวมสัญลักษณ์สำคัญของอาณาจักรไว้ด้วยกัน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับ "สายมู" โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ ทหาร และตำรวจ โดยผู้ที่ประสงค์จะสมัครสอบเข้ารับราชการและบุคคลทั่วไปที่นับถือศรัทธา มักมากราบขอพรเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง หรือขอให้สอบเข้าเป็นข้าราชการได้สำเร็จและมีความเชื่อว่าอำนาจของตราแผ่นดินสามารถช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี อาถรรพณ์ หรือพลังงานลบต่างๆ ให้พ้นไปจากตัวได้

16.00 น. ถึงอาคารมิวเซียมสยาม ยลเรื่องราวความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์กับแผ่นดินไทย นำเสนอผ่านมุมมองทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และความเชื่อที่หล่อหลอมความเป็นไทยจากนิทรรศการชุด "ถอดรหัสไทย" จัดแสดงด้วยสื่ออันทันสมัยและมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ณ มิวเซียมสยาม ชมนิทรรศการที่จัดแสดงเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อาทิ ห้องไทยสถาบัน (Thai Institution) ทำความเข้าใจถึงความหมายและบทบาทของสถาบันหลักที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยเข้าไว้ด้วยกันแก่นหลักของประเทศไทย คือ "ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์" ห้องไทยอลังการ (Thai Alangkarn)จัดแสดงถึงความงดงามทางสถาปัตยกรรมและความหมายที่แฝงคติความเชื่อที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์ จำลองบรรยากาศ "ท้องพระโรง" และ "พระที่นั่ง" แสดงถึงความละเอียดอ่อนในงานประณีตศิลป์ของไทย สอดแทรกความรู้เรื่องคติจักรวาลวิทยา ที่เปรียบองค์พระมหากษัตริย์ดั่ง "สมมติเทพ" หรือพระอินทร์ที่ประทับอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ ห้องไทยตั้งแต่เกิด (Thai from Birth) ย้อนกลับไปดูพัฒนาการของ "ความเป็นไทย" ในแต่ละยุคสมัย นำเสนอลำดับเหตุการณ์สำคัญในแต่ละรัชสมัยของราชวงศ์จักรี ตั้งแต่ยุคสร้างกรุงเทพฯ (รัตนโกสินทร์ตอนต้น) จนถึงยุคปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อสังคมไทย ได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างไรตามกาลเวลา

17.00 น. จบกิจกรรม แยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม
*******กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

นำชมโดย

-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม

**ค่าร่วมกิจกรรม

ท่านละ  1,850 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน)/ท่าน

อัตรานี้รวม :

1.อาหารรองท้องมื้อเช้า/น้ำดื่มบนเรือ

2.อาหารกลางวัน น้ำดื่ม ทับทิมกรอบวัดสุทธิฯ

3.เครื่องดื่มยามบ่าย

4.ค่าประกันอุบัติภัยการเดินทางเป็นหมู่คณะ (เมืองไทยประกันภัย)

5.ค่าพาหนะ(เรือ)และเชื้อเพลิงเรือ

6.ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ

หมายเหตุ :

1. 1) รับจำนวนจำกัด ไม่เกิน 20 ท่าน เพื่อความรื่นรมย์และสะดวกสบายในการเดินทาง 2) เนื่องจากเป็นการเดินทางในช่วงเดือนเมษายนซึ่งมีสภาพอากาศร้อน ผู้จัดขออนุญาตนำชมพื้นที่กลางแจ้งของแต่ละสถานที่เพียงเท่าที่จำเป็น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท)

โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้)

และ/หรือ คุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง)โทร.0-84071-8482 Line ID : siri_erng

การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม

1.โอนเงินจำนวน 1,850 บาท/ท่าน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71 ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี  931-7-02962-8

2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแอดไลน์ด้วย0813434261และส่งข้อมูลต่อไปนี้(ทั้งของท่านและเพื่อนในกลุ่มของท่าน)ให้ผู้จัดกิจกรรม

3.หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน

4.รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย

ระเบียบในการเข้าชมสถานที่

1.กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม(ศาสนสถาน)

        -สุภาพบุรุษ(แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน)

        -สุภาพสตรี(กรุณาสวมกางเกงสุภาพ/กระโปรงคลุมเข่า/ผ้าซิ่น งดเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น)

        - รองเท้าหุ้มส้นสวมสบาย

        - กรุณาเตรียมหมวก ร่ม แว่นตากันแดด น้ำดื่มและรองเท้าหุ้มส้นสวมสบายเพื่อความรื่นรมย์ในการเที่ยว

2.กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต

***โอนเงินแล้วช่วยส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ด้วยครับ

1.หลักฐานการโอนเงิน

2.ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น

3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือ

4.ไลน์ ไอดี (และชื่อใน Facebook ถ้ามี ในกรณีบางท่านไม่ใช้ไลน์)

5.เตรียมข้อมูลสำหรับส่งบริษัททำประกันอุบัติภัยการเดินทางโดยส่งข้อมูลผ่านระบบกูเกิ้ลฟอร์ม

ติดต่อ จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
โทร.0-81343-4261 Line ID : nutchulapassorn 
(แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261ก็ได้) 
Fb : นัท จุลภัสสร พนมวัน


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เที่ยวท่อง ล่องเมืองเบื้องบูรพาทิศ นบพระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ “ฉะเชิงเทรา” วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569

”ล่องนาวา นบปฏิมา ทัศนาศิลป์สืบวิถีถิ่นแม่น้ำ-ลำคลองสายประวัติศาสตร์ (แม่น้ำเจ้าพระยา-คลองอ้อมนนทบุรี)” [วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร-วัดโตนดบางกร่าง-วัดขวัญเมือง-วัดบางระโหง-วัดเทพากร-วัดเทพนารี-วัดบวรมงคลราชวรวิหาร]

”เลียบคลองฝั่งธนฯ ยลอารามงามศิลป์ ยินอดีต 3 ราชธานี สายนทีประวัติศาสตร์” (แม่น้ำเจ้าพระยา-คลองบางกอกใหญ่-คลองด่าน) วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

“เลียบศาสนสถานถิ่นจีนบางกอก ขอพรปฏิมา เทวาศักดิ์สิทธิ์ ณ ย่านเก่าเยาวราช-เจริญกรุง” วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569