“แลรอยวิเศษศิลป์เมืองคนกล้า อยุธยา-อ่างทอง แดนสองลุ่มน้ำ” (แม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำน้อย) วันเสาร์ที่ 27 - วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568
ขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเดินทางไปกับ Love to do Travel ในทริป 2 วัน 1 คืน สุดพิเศษ!
ร่วมสัมผัสเสน่ห์ศิลปกรรมในรอยเวลาอันงดงามของวัดวาอาราม ตลาดเก่าและเรือนโบราณ ซึ่งแต่ละสถานที่มีศิลปกรรมชวนยล พร้อมฟังเกร็ดประวัติศาสตร์ ตำนานท้องถิ่นและหลากเรื่องน่ารู้ กับกิจกรรม
“แลรอยวิเศษศิลป์เมืองคนกล้า อยุธยา-อ่างทอง แดนสองลุ่มน้ำ”
(แม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำน้อย)
วันเสาร์ที่ 27 - วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 (2 วัน 1 คืน)
☺กำหนดการ
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 (วันแรก)
06.45 น. พบกัน ณ ปั๊มน้ำมันปตท.ถนนวิภาวดีรังสิต (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้าฯ) Map รวมพลกันบริเวณร้าน Cafe Amazon ทุกท่านสามารถซื้ออาหารเช้า กาแฟ เครื่องดื่มหลากรสในร้าน 7 – Eleven, Café Amazon, Golden Place, Daddy Dough ฯลฯ ตามอัธยาศัย *ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม (กรุณาตรงต่อเวลา) รับอาหารเช้ารองท้องหลังจากขึ้นรถแล้ว
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 (วันแรก)
06.45 น. พบกัน ณ ปั๊มน้ำมันปตท.ถนนวิภาวดีรังสิต (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้าฯ) Map รวมพลกันบริเวณร้าน Cafe Amazon ทุกท่านสามารถซื้ออาหารเช้า กาแฟ เครื่องดื่มหลากรสในร้าน 7 – Eleven, Café Amazon, Golden Place, Daddy Dough ฯลฯ ตามอัธยาศัย *ลงทะเบียนผู้ร่วมกิจกรรม (กรุณาตรงต่อเวลา) รับอาหารเช้ารองท้องหลังจากขึ้นรถแล้ว
☺
08.15 น. ชม “วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร” อ.บางปะอิน พระอารามที่สร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาโดยพระเจ้าปราสาททองบนพื้นที่บางปะอินและได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 - 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นมัสการพระพุทธรูปในพระอุโบสถและพระศรีอริยเมตไตรทรงเครื่องหน้าพระอุโบสถ อันสื่อถึงพระพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์ในอดีตกาลและอนาคตกาล ซึ่งนับว่าเป็นคติการประดิษฐานพระประธานที่แปลกไปจากวัดอื่น พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์และภาพเครื่องตั้งกระบวนจีนบนบานประตู-หน้าต่าง ที่ยังคงความงดงาม แม้บางส่วนจะลบเลือนไปตามกาลเวลา
09.30 น.นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ ศิลปกรรมสมัยอยุธยาซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหารอันเลื่องชื่อของจังหวัดอ่างทอง ชมภาพจิตรกรรมศิลปะร่วมสมัยเรื่องพุทธประวัติ ในพระอุโบสถศิลปะอยุธยา ณ วัดพนมยงค์ พระอารามที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะทรุดโทรมลงหลังจากสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 5 และทายาทสกุลพนมยงค์ ต่อเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน
10.20 น. ดื่มด่ำกับความงดงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังและนานาศิลปกรรมสกุลช่างสมัยรัชกาลที่ 4 - 5 ณ วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงใกล้พระราชวังจันทรเกษม ครั้งกรุงศรีอยุธยาและได้รับการบูรณะสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สักการะพระพุทธไสยาสน์และพระพุทธรูปปางพยาบาลพระภิกษุอาพาธอันแปลกตา พร้อมนมัสการ“พระเจ้าอินทร์แปลง”พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างและภาพจิตรกรรมเรื่องราวของพระอินทร์ในพระวิหาร
12.00 น. เต็มอิ่มไปกับก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติเข้มข้น หนึ่งในเสน่ห์แห่งแดนกรุงเก่า ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือวัดเสนาสน์ อยุธยา (ก๋วยเตี๋ยวเรือพิเศษx2 กากหมูเจียว น้ำสมุนไพรหรือน้ำเปล่า รวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว)
☺
13.15 น. สักการะ“หลวงพ่อพุทธรำพึง” ปฏิมาศักดิ์สิทธิ์แกะสลักจากไม้โพธิ์ปางรำพึง ตามตำนานกล่าวว่าลอยน้ำมาจากทางเหนือ ได้รับความนับถือถึงความศักดิ์สิทธิ์นับจากอดีตจวบจนปัจจุบัน พร้อมชม“พระพุทธบาทลอยฟ้า”อันเก่าแก่นับร้อยปี บนเพดานศาลาการเปรียญ วัดถนนสุธาราม ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
13.15 น. สักการะ“หลวงพ่อพุทธรำพึง” ปฏิมาศักดิ์สิทธิ์แกะสลักจากไม้โพธิ์ปางรำพึง ตามตำนานกล่าวว่าลอยน้ำมาจากทางเหนือ ได้รับความนับถือถึงความศักดิ์สิทธิ์นับจากอดีตจวบจนปัจจุบัน พร้อมชม“พระพุทธบาทลอยฟ้า”อันเก่าแก่นับร้อยปี บนเพดานศาลาการเปรียญ วัดถนนสุธาราม ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
14.00 น. สักการะพระพุทธไสยาสน์อันเรืองนามคู่เมืองอ่างทอง ณ วัดป่าโมกวรวิหาร ซึ่งได้รับการชะลอให้พ้นจากกระแสน้ำเซาะตลิ่ง ด้วยการควบคุมของพระยาราชสงคราม(ปาน)ในรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา ทัศนาศิลปกรรมอันงดงามในสมัยอยุธยา-รัตนโกสินทร์ ฟังตำนานเรื่องราวของนายขนมต้มและนางช่อมะขาม นักมวยเอกและสาวงามผู้กล้าหาญแห่งบ้านป่าโมกจนเป็นที่เลื่องลือจนมีผู้นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์
15.00 น. เติมพลังยามบ่ายด้วยเครื่องดื่มบ่ายและขนมรองท้อง ในร้านลับบรรยากาศโรงเตี๊ยมสุดคลาสสิค ณ ชุมชนตลาดเก่าป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
16.00 น. รำลึกตำนานความหาญกล้าของเหล่าวีรชน”ขุนรองปลัดชู“กรมการเมืองวิเศษชัยชาญ ซึ่งนำกำลังพลชาววิเศษชัยชาญ 400 คน เข้าร่วมสกัดการรุกรานของกองทัพพม่าที่สมรภูมิอ่าวหว้าขาว เมืองประจวบคีรีขันธ์ และพลีชีพหมดทั้งทัพเนื่องจากกำลังพลน้อยกว่า ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงวีรกรรมดังกล่าวโดยให้ชื่อว่า "วัดสี่ร้อย" สักการะอนุสาวรีย์ขุนรองปลัดชูและเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเคารพบูชาดวงวิญญาณของชาววิเศษชัยชาญที่พลีชีพในสงครามครั้งนั้นจำนวน 400 คน รวมถึงนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในบริเวณวัด
18.00 น. รับประทานอาหารมื้อเย็นในรีสอร์ทแบบจัดเลี้ยง (ยกตัวอย่าง ปลากระพงผัดขึ้นฉ่าย, ต้มยำปลาเทโพ คะน้าหมูกรอบ ฯลฯ) ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย
☺
วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 (วันที่สอง)
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารในรีสอร์ท
08.00 น. Check Out จากรีสอร์ท
08.15 น.เยี่ยมยลความงดงามของ“หอบูรพาจารย์” วัดนางในธัมมิการาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงพ่อนุ่ม ธมฺมราโม พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดอ่างทองที่มีผู้เคารพศรัทธาในวัตถุมงคลท่านสร้าง ภายในประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อนุ่ม และอดีตเจ้าอาวาสองค์อื่นๆ ชมอาคารทรงปั้นหยาประยุกต์ ออกแบบโดยคณาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง โดยสร้างคร่อมบนกุฎิหลังเก่าของหลวงพ่อนุ่ม พร้อมชมพระอุโบสถที่สร้างขึ้นโดยชาวพนักงานฝ่ายในที่มีนิวาสสถานอยู่วิเศษชัยชาญ ได้ร่วมกันสร้างถวายเป็นการพระราชกุศลอุทิศแด่รัชกาลที่ 3 เมื่อพระองค์สวรรคต
วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 (วันที่สอง)
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารในรีสอร์ท
08.00 น. Check Out จากรีสอร์ท
08.15 น.เยี่ยมยลความงดงามของ“หอบูรพาจารย์” วัดนางในธัมมิการาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงพ่อนุ่ม ธมฺมราโม พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดอ่างทองที่มีผู้เคารพศรัทธาในวัตถุมงคลท่านสร้าง ภายในประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อนุ่ม และอดีตเจ้าอาวาสองค์อื่นๆ ชมอาคารทรงปั้นหยาประยุกต์ ออกแบบโดยคณาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง โดยสร้างคร่อมบนกุฎิหลังเก่าของหลวงพ่อนุ่ม พร้อมชมพระอุโบสถที่สร้างขึ้นโดยชาวพนักงานฝ่ายในที่มีนิวาสสถานอยู่วิเศษชัยชาญ ได้ร่วมกันสร้างถวายเป็นการพระราชกุศลอุทิศแด่รัชกาลที่ 3 เมื่อพระองค์สวรรคต
08.30 น. ทอดน่องท่องชมอาคารเก่าในบริเวณตลาดศาลเจ้าโรงทอง อันมีชื่อเสียงของเมืองวิเศษชัยชาญ เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นอันหลากหลาย เป็นของฝากกลับบ้าน ตลาดศาลเจ้าโรงทอง
09.00 น. สักการะเจ้าพ่อกวนอูและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่นับถือมาแต่ครั้งอดีตเสริมสิริมงคลชีวิต ณ ศาลเจ้าโรงทอง(ศาลเจ้ากวนอู)
วัดม่วง ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ปัจจุบันรู้จักอย่างแพร่หลายของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเนื่องจากมีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล นับเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยองค์หนึ่ง สร้างขึ้นโดยดำริของ พระครูวิบูลอาจารคุณ (เกษม อาจารสุโภ) เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดม่วง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2534-2550 ใช้ทุนทรัพย์ในการสร้างทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณวัด
10.35 น. เยี่ยมชมความงดงามทางสถาปัตยกรรมของเรือนโบราณทรงปั้นหยาสมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า 100 ปี และเรื่องราวอันน่าสนใจของขุนพิทักษ์บริหาร(พึ่ง มิลินทวนิช)อดีตนายแขวงเสนาใหญ่ (ปัจจุบันคืออำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)ในสมัยรัชกาลที่ 5 - รัชกาลที่ 6 คหบดีเจ้าของกิจการเรือเมล์สองชั้น(เรือเขียว)เรือโดยสารขนาดใหญ่จำนวน 10 กว่าลำ รับส่งผู้โดยสารระหว่างผักไห่-ท่าเตียน กรุงเทพฯ และผักไห่-ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ โดยเรือนหลังนี้เคยรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จประพาสลำน้ำน้อย
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันเลิศรส ในบรรยากาศริมคลองลาดชะโด ณ ร้านครัวริมคลอง (เมนูแนะนำเช่น แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย กุ้งหลนผักสด ยำสามกรอบ ฯลฯ)
12.45 น. ทัศนารอยอดีตของศาสนสถานและสถานศึกษาริมแม่น้ำน้อย ณ วัดชีโพน อารามที่ได้รับการกล่าวถึงในพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า/โรงเรียนสามัคคีนฤมิต/มัสยิดยะมาอะตุ้ล (ชมภายนอก หมายเหตุ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำของแม่น้ำน้อย)
13.15 น.ทัศนาภาพเครื่องบิน อากาศยานอันล้ำสมัยที่ปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 6 และความสวยงามของอาคารไม้ทรงโบราณ สีสันสดใสของโรงเรียนเจริญวิทยา ที่ยังคงใช้งานถึงปัจจุบัน ณ วัดตาลานใต้
15.00 น. แวะรับเครื่องดื่มเย็นๆ ดับกระหายคลายเหนื่อย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
17.30 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ลานจอดรถบีทีเอสหมอชิตโดยสวัสดิภาพ แยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม
17.30 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ลานจอดรถบีทีเอสหมอชิตโดยสวัสดิภาพ แยกย้ายกันเดินทางกลับเคหสถานด้วยความรู้และความประทับใจเต็มเปี่ยม
**กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม**
นำชมโดย
1.จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
นำชมโดย
1.จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม
และวิทยากรรับเชิญ
2.ฐิติชัย อัฏฏะวัชระ (ป๊อป) อาจารย์พิเศษด้านสื่อสารมวลชนและสารคดี ผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
2.ฐิติชัย อัฏฏะวัชระ (ป๊อป) อาจารย์พิเศษด้านสื่อสารมวลชนและสารคดี ผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
อัตราค่าร่วมกิจกรรม
ท่านละ 4,600 บาท (สี่พันหกร้อยบาทถ้วน)/ท่าน
(พักเดี่ยวชำระเพิ่ม 500 บาท)
อัตรานี้รวม
1.ค่าอาหารรองท้องยามเช้าและน้ำดื่มบนรถ
2.ค่าพาหนะเดินทาง(รถมินิบัสปรับอากาศ-TBA)
3.ค่าประกันอุบัติภัยการเดินทางเป็นหมู่คณะ
4.ค่าของที่ระลึกวิทยากร
5.ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ
6.ค่าที่พัก1คืนรวมอาหารเช้า
7.ค่าอาหารกลางวัน 2 มื้อ และอาหารเย็น 1 มื้อ (วันแรก)
8.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มยามบ่าย ร้านเหล่าโกวติ่มซำ ตลาดป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท)
โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้) และคุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง)
โทร.0-84071-8482 Line ID : siri_erng
การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม
1.โอนเงินจำนวน 4,600 บาท/ท่าน(พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 500 บาท) เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71 ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี 931-7-02962-8
2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแอดไลน์ด้วย0813434261และส่งข้อมูลต่อไปนี้(ทั้งของท่านและเพื่อนในกลุ่มของท่าน)ให้ผู้จัดกิจกรรม
-คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท)
โทร.0-81343-4261หรือ Line ID : nutchulapassorn (แอดไลน์ด้วยหมายเลข 0813434261 ก็ได้) และคุณสิรินารถ พนมวัน ณ อยุธยา (เอิง)
โทร.0-84071-8482 Line ID : siri_erng
การสำรองเข้าร่วมกิจกรรม
1.โอนเงินจำนวน 4,600 บาท/ท่าน(พักเดี่ยวชำระเพิ่มท่านละ 500 บาท) เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 71 ในนามนายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี 931-7-02962-8
2.เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแอดไลน์ด้วย0813434261และส่งข้อมูลต่อไปนี้(ทั้งของท่านและเพื่อนในกลุ่มของท่าน)ให้ผู้จัดกิจกรรม
3.หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน
4.รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย
ระเบียบในการเข้าชมสถานที่
1.กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม(ศาสนสถาน)
-สุภาพบุรุษ(แต่งกายสุภาพ งดกางเกงขาสั้นและเสื้อไม่มีแขน)
-สุภาพสตรี(กรุณาสวมกางเกงสุภาพ/กระโปรงคลุมเข่า/ผ้าซิ่น งดเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น)
- รองเท้าหุ้มส้นสวมสบาย
- กรุณาเตรียมหมวก ร่ม แว่นตากันแดด น้ำดื่มและรองเท้าหุ้มส้นสวมสบายเพื่อความรื่นรมย์ในการเที่ยว
2.กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต
***โอนเงินแล้วช่วยส่งข้อมูลต่อไปนี้ให้ด้วยครับ
1.หลักฐานการโอนเงิน
2.ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น
3.หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
4.ชื่อในFacebook และไลน์ ไอดี
อย่าพลาด มาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของมรดกวัฒนธรรมและสร้างความทรงจำสุดพิเศษไปด้วยกัน!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น